วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2563

2 ตัวเลขที่ควรรู้ก่อนสร้างหนี้ก้อนใหม่




ในยุคดอกเบี้ยถูกแบบนี้เป็นโอกาสของลูกหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยลดลง แต่จะกู้ไปทำอะไรก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคน ช่วงที่ผ่านมามี Inbox ของแฟนเพจสอบถามเรื่องการกู้เงิน แอดมินของสรุปและแชร์มุมมองต่างๆไว้ในบทความนี้ เผื่อคนอื่นใช้เป็นแนวทางการตัดสินใจของตัวเองได้นะจ๊ะ

ตัวอย่าง เป้าหมายการกู้เงินของแต่ละคน...

=> ตอนนี้ซื้อรถยนต์ดีมั้ย : ควรซ้อมออมเงินเท่าค่างวดรถให้เคยชินกับการเป็นหนี้ก่อนซื้อรถจริง ถ้าทำได้ 6 เดือนแล้วรอด แปลว่าผ่อนรถอีก 4-5 ปีน่าจะรอดจ้า ส่วนเงินที่เก็บสะสมไว้ก็จะกลายเป็นเงินดาวน์รถ ทำให้ผ่อนรายเดือนลดลงและเสียดอกเบี้ยน้อยลงด้วยจ้า

=> มีคนมาขายบ้านให้ต่ำกว่าราคาประเมิน เราควรรับซื้อบ้านหลังนี้ไว้หรือไม่ : ควรสำรวจหนี้เก่าของตัวเองก่อนว่ามีอยู่แล้วเท่าไหร่ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะกู้เพิ่มหรือไม่

=> หุ้นตก ควรกู้เงินมาซื้อหุ้นดีมั้ย ควรถามตัวเองว่าเราจะไหวมั้ย ถ้าหุ้นที่เราซื้อยังไม่ได้กำไรในระยะสั้น แต่เราจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ทุกเดือน


เพดานหนี้ของเราเท่าไหร่?


ก่อนตัดสินใจกู้เงินควรคำนวณว่าความสามารถในการหารายได้ของเราว่าสามารถสร้างหนี้ได้สูงสุดเท่าไหร่ เพื่อจะได้ไม่สร้างภาระหนี้สินล้นพ้นตัว คำนวณได้จาก 2 สูตรนี้จ้า

----------------------------------------------------------------
สูตรที่ 1 สัดส่วนหนี้สินต่อทรัพย์สิน

(หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม) x 100 = ไม่ควรเกิน 50%
----------------------------------------------------------------

ตัวอย่าง เราเหลือหนี้บ้าน หนี้รถยนต์ รวม 3,000,000 บาท สินทรัพย์รวม (เงินฝาก กองทุน หุ้น ทองคำ ที่ดิน ฯลฯ) รวม 5,000,000 บาท

การคำนวณ (3,000,000 / 5,000,000) x 100 = 60%

แปลว่า เรามีหนี้สูงเกินไป ควรเพิ่มทรัพย์สินหรือขายทรัพย์สินเพื่อทำหนี้ให้ลดลง หากจะต้องกู้เงินเพิ่มจะต้องระมัดระวังเพราะหนี้สินเข้าเขตอันตราย



-----------------------------------------------------------------------
สูตรที่ 2 ความสามารถในการจ่ายหนี้

(ผ่อนรายเดือน / รายได้รวม) x 100 = ควรน้อยกว่า 35 - 40%
-----------------------------------------------------------------------

ตัวอย่าง เรามีรายได้เดือนละ 30,000 บาท ผ่อนบ้านและรถยนต์เดือนละ 19,000 บาท

การคำนวณ (19,000/30,000) x 100 = 63%

แปลว่า เรามีภาระผ่อนรายเดือนมากเกินไป เหลือเงินออมและใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละ 11,000 บาท อาจจะทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ควรหารายได้เพิ่ม หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยถูกเพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน



แนวทางการตัดสินใจ


จาก 2 ตัวอย่างการคำนวณข้างบน ถ้าใครมีตัวเลขออกมาแบบนี้ แปลว่าหนี้ของเราเกินมาตรฐานที่ควรจะเป็นแล้ว รู้เลยว่าทำไมช่วงนี้ใช้จ่ายติดๆขัดๆ เพราะต้องนำรายได้ส่วนใหญ่ไปจ่ายหนี้เลยไม่ค่อยมีใช้จ่ายส่วนตัว ถ้าต้องการหลุดพ้นจากวงจรหนี้แบบงูกินหาง เราควรจัดการหนี้เก่าให้เบาลงก่อน แล้วค่อยก่อหนี้ก้อนใหม่

แต่ถ้ายังไม่เคยมีหนี้สินเลย หรือมีอยู่บางส่วนก็จะรู้ว่าแต่ละเดือนเราจ่ายหนี้ไหวที่เท่าไหร่ เพื่อรักษาสภาพคล่องในแต่ละเดือนและมีเงินออมเพื่อเป้าหมายการเงินทั้งตอนนี้และในอนาคต

แม้ว่าการไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ แต่ถ้าจำเป็นต้องก่อหนี้จริงๆแล้วควรรู้ว่าความสามารถในการหารายได้ของเรานั้นควรมีเพดานหนี้สูงเท่าไหร่จะได้ไม่ปวดหัวเร่งหาเงินมาจ่ายหนี้นะจ๊ะ

แจกฟรี‼️ เอกสารเช็คชีพจรการเงินของตัวเอง ทำให้รู้ว่าตอนนี้สุขภาพการเงินเป็นอย่างไร มีจุดอ่อนและจุดแข็งอะไรบ้าง ควรมีหนี้เท่าไหร่ https://bit.ly/33RPYYp





วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563

สร้างรายได้เสริม เริ่มต้นง่ายๆ



ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่ยากลำบากเพราะผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เราจำเป็นต้องอยู่บ้านจะได้ไม่ไปเพิ่มยอดผู้ติดเชื้อ ผลที่เกิดขึ้นทำให้หลายกิจการต้องปิดตัวลง ถูกเลิกจ้างหรือได้รับเงินเดือนน้อยลง เรื่องสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากวิกฤตครั้งนี้ คือ เงินฉุกเฉินและควรมีรายได้หลายทาง

เงินฉุกเฉิน

เราควรมีเก็บไว้ 3 - 6 เท่าของค่าใช้จ่าย หากตกงานไปจะได้มีเงินส่วนนี้มาใช้จ่าย เช่น เรามีรายจ่ายเดือนละ 10,000 บาท เราควรมีเงินฉุกเฉินเก็บไว้ประมาณ 30,000 - 60,000 บาท ควรเก็บไว้ที่ความเสี่ยงต่ำ เพื่อให้เงินต้นปลอดภัยแล้วถอนออกมาใช้ง่ายๆ เช่น ออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง กองทุนรวมตลาดเงิน


สร้างรายได้หลายทาง

เราเห็นบางอาชีพที่ดูมั่นคงมากๆ อย่างเช่น ธุรกิจสนามบิน (ปี 2019 จ่ายโบนัสให้พนักงานมากกว่า 7 เดือน) ธุรกิจสายการบิน ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว มาถึงวันนี้เดือดร้อนสาหัสเพราะไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีผู้โดยสาร ขาดรายได้อาจจะต้องปรับลดพนักงาน หรือได้รับเงินเดือนไม่ครบ

นั่นแปลว่า เราควรมีรายได้หลายทางเพื่อเป็นทางเลือกสำรองให้ชีวิต หากรายได้หลักหายไปหรือลดลง เราจะได้มีรายได้เสริมเข้ามาชดเชยได้

อีกวิธีของการสร้างรายได้เสริมจากพื้นที่ว่างบริเวณบ้านหรือย่านชุมชน เช่น ร้านขายของ หอพัก ตลาด ย่านออฟฟิศ ฯลฯ ลองนำตู้เหล่านี้ไปตั้งไว้เรียกเงินเข้ากระเป๋าของเราเป็นทางเลือกที่น่าสนใจนะคะ


แนวทางสร้างรายได้จากตู้อัตโนมัติ


  • ความต้องการ
    • เริ่มจากดูก่อนว่าบริเวณที่เราอยู่นี้ต้องการอะไร เช่น หอพักหรือร้านค้าที่อยู่ใกล้สถานศึกษา เราอาจจะเป็นตู้เติมเงินกะปุก หากมีพื้นที่มากหน่อยก็เพิ่มตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้นักศึกษาลงมากดของกินเองได้
  • ลงทุนตามงบ
    • เราอาจจะเริ่มลงทุนเล็กๆไปก่อนแล้วให้กำไรที่ได้มาซื้อตู้เพิ่ม เช่น เราต้องการตู้เติมเงินกะปุกกับตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ แต่เงินของเรามีไม่พอแล้วไม่รู้ว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างไร เราอาจจะลงตู้เติมเงินก่อน พอถึงจุดคุ้มทุนแล้วค่อยแบ่งกำไรเก็บไว้ไปลงทุนตู้จำหน่ายสินค้าต่อไป 
  • การบริการหลังการขาย
    • เรื่องนี้สำคัญมากๆ หากลูกค้ามาใช้บริการหน้าตู้แล้วเกิดปัญหา สามารถแจ้งในระบบออนไลน์ ติดตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันที ถ้าปัญหาจบเร็ว ลูกค้าจะประทับใจ ส่วนเราที่เป็นเจ้าของตู้จะได้สบายใจด้วย เรื่องนี้เราอาจจะสอบถามกับตัวแทนหรือคุยกับคนที่เคยใช้บริการมาก่อนก็ได้จ้า


ตู้เติมเงินสร้างรายได้เสริม


ถ้าสนใจตู้แบบไหน สแกน QR Code หรือคลิกใต้ภาพเข้าไปดูรายละเอียดและลงชื่อเพื่อปรึกษาว่าพื้นที่ของเราเหมาะที่จะวางตู้หรือไม่ ถ้าเป็นพื้นที่ดีก็จะเริ่มว่าควรทำอย่างไร แต่ถ้าพื้นที่ยังไม่เหมาะที่จะวางตู้ เราจะได้ไปมองหารายได้ทางอื่นจ้า










ตัวอย่างรายได้

รายได้ขึ้นอยู่กับทำเลว่าตู้ตั้งอยู่ที่ไหน ถ้าอยู่ในแหล่งชุมชนก็จะมีโอกาสสร้างรายได้มากกว่า



ช่องทางการแก้ปัญหาแบบออนไลน์







ขอให้ทุกคนโชคดีมีรายได้เสริมเพิ่มเงินออมให้ตัวเองนะจ๊ะ