วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วิธีซื้อสลากออมสินและสลาก ธ.ก.ส. ถูกทุกงวด

ช่วงเดือนที่ผ่านมาได้ดูรายการ "ปลุกพลังบวกในตัวคุณ"  รู้สึกชอบแนวความคิดของนักพูดแต่ละคน และทำให้เรามีพลังให้ทำบางอย่างต่อไป ก็อยากจะนำมาแชร์เพื่อว่าผู้อ่านที่กำลังค้นหาแรงบันดาลใจและที่กำลังท้อแท้กับสิ่งที่กำลังทำอยู่มีกำลังใจขึ้นมา "แรงบันดาลใจอยู่รอบตัวเรานะคะ"


===============================================================

หลังจากที่เขียนบล็อกมาได้ช่วงเวลาหนึ่งก็ได้มี บก.ติดต่อให้เขียนพ็อกเก็ตบุ๊คค่ะ อยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้แบ่งปันแรงบันดาลใจที่อยากให้คนทำงานเห็นประโยชน์ของการออมเงิน เนื้อหาในเล่มจะเป็นการบริหารการเงินส่วนบุคคลในมุมมองของสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งมาจากในบล็อกและเขียนเพิ่มเติมบางส่วน ซึ่งในหัวข้อของ "วิธีซื้อสลากออมสินและสลาก ธ.ก.ส. ถูกทุกงวด" ก็เป็นส่วนหนึ่งของพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มนี้ด้วยค่ะ นักเขียนมือใหม่ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ ^_^

คำสารภาพจากนักเขียน

จากวันแรกที่ได้รับการติดต่อให้เขียนเล่มนี้ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเขียนได้ จนถึงวันนี้ที่ได้เห็นพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก็ใช้เวลา 1 ปีำเต็มสำหรับการรอคอย ขอบคุณทีมงานทุกคนที่ทำให้พ็อกเก็ตบุ๊คเล่มนี้สำเร็จนะคะ ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว

ขอบคุณบก.ต่อทองที่ให้โอกาสนักเขียนหน้าใหม่ด้วยค่ะ  = ^_^=


หนังสือเริ่มวางจำหน่ายแล้วนะคะ จากความรู้สึกกลัวที่เขียนไม่ได้กลายเป็นความกลัวว่าคนอ่านจะชอบที่เราเขียนรึเปล่า กลัวจริงๆนะคะ แต่มาถึงขนาดนี้แล้วก็มาลุ้นกันว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อีเมล์อยู่ข้างบนส่งคอมเม้นมาได้เลยค่ะ


===============================================================

พื้นที่โฆษณาฟรีเฉพาะสลากออมสินกับสลาก ธ.ก.ส. เท่านั้น

สลากออมสินพิเศษ 3 ปี
เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 17 เมษายน 2557


คลิกรูปเพื่ออ่านรายละเอียด

สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. 2557 
เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 17 ตุลาคม 2557 หน่วยละ 100 บาท


คลิกรูปเพื่ออ่านรายละเอียด

บางคนที่รักการเสี่ยงโชคทางด้านตัวเลขเป็นชีวิตจิตใจแต่ก็กังวลไม่อยากให้เงินที่ลงทุนเสียไปก็มีทางเลือกในการเสี่ยงโชคอีกแบบหนึ่งแทนการซื้อล็อตเตอร์รี่ก็จะเป็นสลากออมสินและสลาก ธ.ก.ส. ค่ะ ซึ่งสลากแต่ละชนิดก็มีเงื่อนไขในการซื้อขายแตกต่างกันไป สามารถหาข้อมูลเพิ่มเิติมได้ที่หน้าเว็ป

สลากออมสิน ==>     http://www.gsb.or.th/lottery/
ธ.ก.ส.            ==>   http://www.baac.or.th

ในบล็อกนี้ต้องการจะเปรียบเทียบผลตอบแทนของแต่ละที่ให้ดูเป็นตัวอย่างการตัดสินใจว่าถ้ามีเงินก้อนแล้วต้องการเสี่ยงโชคแบบเงินต้นไม่หายน่าจะลงทุนในอะไร ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อจำกัดของแต่ละคน


หมายเหตุ ถ้าดูัอัตราผลตอบแทนให้ดูที่บรรทัดสุดท้ายที่เป็น % นะคะ จะดูที่ตัวเลขรวมเงินรางวัลนั้นไม่ได้ เพราะสลากออมสินกับ ธกส. นั้นให้รางวัลขั้นต่ำไม่เท่ากัน และตารางนี้ใช้การคำนวนของสลากออมสินชุดที่ 55 และ ธกส. ชุดกล้วยไม้พระนามซึ่งจำหน่ายหมดแล้ว สลากชุดใหม่จะปรับอัตราดอกเบี้ยใหม่นะคะ รบกวนดูวิธีคำนวนด้านล่างประกอบด้วยค่ะ

ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบสลากที่มีอายุ 3 ปี ซึ่งต้องถือสลากจนครบกำหนดถึงจะได้ผลตอบแทนขั้นต่ำ(ถูกสลากทุกงวด)ตามนี้ค่ะ การที่เราจะได้ผลตอบแทนขั้นต่ำก็ต้องมาดูที่รางวัลเลขท้ายว่าสลากแต่ละชนิดออกเลขท้ายกี่ตัว เราก็ต้องซื้อให้ครอบคลุมเลขท้ายเหมือนซื้อเหมา ออกเลขอะไรมาเราก็มีหมดเลยเพียงเท่านี้ก็ถูกรางวัลทุกงวดแล้วค่ะ 

** บางคนอาจจะเห็นตัวเลขก็ตกใจว่าเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างมาก เพราะเราจ่ายครั้งเดียวก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา แต่การเล่นหวยนั้นเราค่อยๆจ่ายทีละงวดก็เลยไม่รู้สึกอะไรสักเท่าไหร่ แต่ถ้าลองคิดเล่นๆว่าตั้งแต่เล่นหวยได้เงินมาและเสียเงินไปเท่าไหร่ และถ้านำเงินจำนวนนั้นทั้งหมดมาซื้อสลากแบบนี้หละจะเป็นอย่างไร ลองปรับวิธีคิดแล้วจะรู้ว่าเงินออมของเราหายไปไหน

นโยบายดอกเบี้ยของสลากแต่ละชุดจะแตกต่างกัน ดังนี้

==> สลากออมสินพิเศษชุด 55 มีดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนด 3.25 บาทต่อหน่วย (จำหน่ายหมดแล้ว) และชุดปัจจุบันจะเป็นสลากออมสินพิเศษชุด 56 มีดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนด 2.75 บาทต่อหน่วย

==> บัตรเพิ่มทรัพย์ มีดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนด 5 บาทต่อหน่วย (ปัจจุบันเป็นชุดที่ 6 และ 7 จำหน่ายหมดแล้ว) ต้องรอให้ชุดเก่าใกล้หมดอายุจึงจะจำหน่ายชุดต่อไป

==> สลากออมทรัพย์ทวีสินชุดกล้วยไม้พระนาม มีดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนด 22.50 บาทต่อหน่วย (จำหน่ายหมดแล้ว) และชุดที่จะออกต่อไปจะเป็นสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดข้าวทิพย์ มีดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนด 15 บาทต่อหน่วย (จากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่บอกว่าจะเริ่มจัดจำหน่ายประมาณ 20 มี.ค. - 31 พ.ค.56 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องสอบถามเป็นระยะๆ )

หมายเหตุ ถ้าขายคืนก่อนครบกำหนดก็จะไม่ได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำตามตาราง สำหรับเงื่อนไขดอกเบี้ยในสลากชุดปัจจุบันหรือการขายคืนสลากก่อนครบกำหนดสามารถดูข้อมูลได้จากทางหน้าเว็ปของผู้จัดจำหน่ายสลากข้างต้นค่ะ

ซื้ออย่างไรถูกทุกงวด

==> สลากออมสิน มีรางวัลเลขท้าย 4 ตัวรางวัลละ 150 บาท ออก 2 ครั้ง ดังนั้นเราก็ต้องมีเลขให้ครอบคุมเลขท้ายทั้งหมด 4 ตัว ตั้งแต่ 1-10,000 ดังนั้น ต้องซื้อขั้นต่ำ 10,000 หน่วย ราคาหน่วยละ 50 บาท จะเป็นเงินทั้งหมด 500,000 บาท ถ้าถือครบ 3 ปี มีโอกาสถูกรางวัล 36 งวดและในบางงวดอาจจะถูกรางวัลเลขท้าย 5 ตัว

จำนวนเงินที่ได้รับขั้นต่ำของสลากออมสินมีวิธีคิด ดังนี้
1. เงินรางวัลขั้นต่ำ = 150 x 2 x 36 = 10,800 บาท
2. ดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนด = 2.75 x 10,000 = 27,500 บาท
นำข้อ 1. กับข้อ 2. มารวมกันจะป็นเงินทั้งสิ้น 38,300 บาท หรือเฉลี่ย 2.55% ต่อปี (ยังไม่รวมการถูกรางวัลอื่นๆ)

* 2.75 เป็นอัตราดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนดชุด 55 ถ้าจะคำนวณชุดอื่นๆให้นำอัตราดอกเบี้ยมาใส่ตรงนี้

ตัวอย่าง ผลการออกรางวัลสลากออมสินพิเศษชุดที่ 49 หมวด P ตั้งแต่ 0000001 - 0009999 ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ ม.ค. 55- ธ.ค. 55 ระยะเวลา 1  ปีว่าถูกทุกงวดจริงๆคะ



==> ธ.ก.ส. มีสลาก 2 ชนิด คือ บัตรเพิ่มทรัพย์กับสลากออมทรัพย์ทวีสิน 

1. บัตรเพิ่มทรัพย์ มีรางวัลเลขท้าย 3 ตัวรางวัลละ 50 บาท ออก 2 ครั้ง ดังนั้นเราก็ต้องมีเลขให้ครอบคุมเลขท้ายทั้งหมด 3 ตัว ตั้งแต่ 1-1,000 ดังนั้น ต้องซื้อขั้นต่ำ 1,000 หน่วย ราคาหน่วยละ 100 บาท จะเป็นเงินทั้งหมด 100,000 บาท ถ้าถือครบ 3 ปี มีโอกาสถูกรางวัล 36 งวด

จำนวนเงินที่ได้รับขั้นต่ำของบัตรเพิ่มทรัพย์มีวิธีคิด ดังนี้
1. เงินรางวัลขั้นต่ำ = 50 x 2 x 36 = 3,600 บาท
2. ดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนด = 5 x 1,000 = 5,000 บาท
นำข้อ 1. กับข้อ 2. มารวมกันจะป็นเงินทั้งสิ้น 8,600 บาท หรือเฉลี่ย 2.87% ต่อปี (ยังไม่รวมการถูกรางวัลอื่นๆ)

5 เป็นอัตราดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนดชุดที่ 6 ถ้าจะคำนวณชุดอื่นๆให้นำอัตราดอกเบี้ยมาใส่ตรงนี้ค่ะ

2. สลากออมทรัพย์ทวีสิน (ชุดกล้วยไม้พระนาม) มีรางวัลเลขท้าย 3 ตัวรางวัลละ 200 บาท ออก 2 ครั้ง ดังนั้นเราก็ต้องมีเลขให้ครอบคุมเลขท้ายทั้งหมด 3 ตัว ตั้งแต่ 1-1,000 ดังนั้น ต้องซื้อขั้นต่ำ 1,000 หน่วย ราคาหน่วยละ 500 บาท จะเป็นเงินทั้งหมด 500,000 บาท ถ้าถือครบ 3 ปี มีโอกาสถูกรางวัล 36 งวด

จำนวนเงินที่ได้รับขั้นต่ำสลากออมทรัพย์ทวีสิน (ชุดกล้วยไม้พระนาม) มีวิธีคิด ดังนี้
1. เงินรางวัลขั้นต่ำ = 200 x 2 x 36 = 14,400 บาท
2. ดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนด = 22.50 x 1,000 = 22,500 บาท
นำข้อ 1. กับข้อ 2. มารวมกันจะป็นเงินทั้งสิ้น 36,900 บาท หรือเฉลี่ย 2.46% ต่อปี (ยังไม่รวมการถูกรางวัลอื่นๆ)

* 22.50 เป็นอัตราดอกเบี้ย ณ วันครบกำหนดชุดกล้วยไม้พระนาม ถ้าจะคำนวณชุดอื่นๆให้นำอัตราดอกเบี้ยมาใส่ตรงนี้ค่ะ

ตัวอย่าง ผลการออกรางวัลสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดอักษร MG ระหว่างเลข 0000001 - 0000999 ออกรางวัลครั้งแรกเดือน ส.ค. 55 จนถึงงวดปัจจุบัน ธ.ค. 55 ก็ถูกขั้นต่ำทุกงวด


หมายเหตุ ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนได้เสียกับทางผู้ออกสลาก เพียงแค่ต้องการทำข้อมูลเพื่อไว้ใช้ส่วนตัวเท่านั้น และอยากจะแชร์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้แก่ผู้รักการเสี่ยงโชคในแบบที่ต้องการรักษาเงินต้นค่ะ


บทความน่าสนใจ


เปลือกนอกที่หลอกตา
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/12/blog-post.html

วิธีค้นหาตัวตนจากการเขียนคำไว้อาลัย
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/11/blog-post_22.html

งดเหล้า เลิกบุหรี่ สุขภาพดีและมีเงินออม 
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/11/blog-post.html

สร้างแรงบันดาลใจเป็นตัวเลข
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/10/blog-post_28.html

ภาพรวมของการวางแผนการเงินส่วนบุคคลมี 5 แผน
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/10/5.html

บทเรียนจากแบบฝึกหัดเขียน
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/10/blog-post_6.html

ความสามารถของเรามีมูลค่าเท่าไหร่??
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/10/blog-post.html

อ่านหนังสือสร้างโลก
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/08/blog-post_20.html

บัตรเครดิตที่เราต้องรู้
 ==> http://pajareep.blogspot.com/2013/07/blog-post.html

ต้นทุนชีวิต - มีมูลค่าเท่าไหร่
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/05/blog-post.html





วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

บัตรเครดิต & ตลาดหุ้น...หลักการกับปฏิบัติมันไม่เหมือนกัน

เคยคิดไหมว่าสิ่งที่เราเรียนมาตั้งแต่อนุบาล จนกระทั่งปริญญานั้นมีอะไรบ้างที่เรายังจำและยังใช้ได้ในปัจจุบัน??

เราได้ความรู้ แต่จะรู้แบบไหนกันบ้างหละ

บางคนนำความรู้มาใช้ในทางด้านที่ดีก็เป็นประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติ แต่บางคนก็นำความรู้แบบเดียวกันนั้นมาทำสิ่งที่เลวร้าย ตนเองก็รุ่งเรืองแต่ประเทศนั้นรุ่งริ่ง ความรู้ก็เหมือนดาบสองคมซึ่งมีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ขึ้นอยู่กับคนที่นำมาใช้นั้นตีความว่าอย่างไร จากหลักการที่วางแผนมาดีแต่พอนำมาปฏิบัติแล้วก็ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เพราะหลักการไม่ได้รวมปัจจัยผันแปรตัวสำคัญเข้าไปด้วย ซึ่งก็คือ อารมณ์ของมนุษย์

กำลังจะบอกว่า "ทฤษฎีกับปฏิบัติมันไม่เหมือนกัน"

ฟังหลักการใช้บัตรเครดิตก็ดีนะ สมมติเราซื้อสินค้าโดยใช้บัตรเครดิตวันนี้ก็ยังไม่ต้องจ่าย จะนำเงินมาชำระหลังจากนี้อีก 45 วัน(หรือแล้วแต่นโยบายของบัตรแต่่ละใบ) ระหว่าง 45 วันนั้นก็นำเงินไปสร้างดอกผลอย่างอื่น เช่น ฝากธนาคาร ไปลงทุน ให้เพื่อนยืมเงินฯลฯ พอถึงกำหนดเวลาก็นำมาจ่าย ได้ประโยชน์เพราะเราสามารถสร้างดอกผลจากเงินได้ถึง 45 วัน ฟังแล้วดูดีไปหมดเลยจริงๆ ขอถามหน่อยว่ามีใครทำตามหลักการที่คนขายบัตรเครดิตบอกบ้าง รบกวนเมล์มาบอกด้วยว่าคุณมีวิธีการลงทุนอย่างไรเืพื่อให้ผลตอบแทนภายใน 45 วัน ถ้าบอกว่าเอาไปลงทุนในหุ้นก็ได้ แต่คงยิ้มได้ตอนหุ้นขึ้นนะคะ ถ้าหุ้นลงหละก็เงินที่จะเอามาจ่ายก็หายไปไม่พอจ่ายเหมือกัน หลักการไม่ได้รวมอารมณ์ความฟุ้งเฟ้อของคนเข้าไปด้วย การจ่ายโดยใช้บัตรเครดิตเราไม่รู้ว่าจ่ายไปแล้วเท่าไหร่บ้างเพราะเงินสดไม่ได้ผ่านมือ กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็สิ้นเดือนตอนที่ใบเรียกเก็บหนี้มานั่นแหละ การใช้จ่ายโดยใช้เงินสดหรือบัตรเดบิตยังดีกว่าการใช้บัตรเีึครดิต เพราะมันจำกัดอยู่ในวงเงินที่เรามีอยู่ เราก็รู้หน้าตักตัวเองว่ามีเท่าไหร่

จากโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่โหมโฆษณาจนแทบจำไม่ได้ละว่าโปรนี้ของบริษัทไหน โฆษณามากกว่าการรณรงค์ให้คนมาออมเงินซะอีก ไหนว่าอยากให้คนออมเงินมากขึ้นไงจ๊ะ ยิ่งรูดยิ่งได้แต้ม ยิ่งได้ของรางวัล เราเห็นแก่ส่วนลดหรือของขวัญก็ไม่ผิด แต่มันจะเริ่มหงุดหงิดกับยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้น เราน่าจะเริ่มรู้สึกผิดได้แล้วว่าเราใช้จ่ายเกินความจำเป็นรึเปล่า มีเจ้าหน้าที่ธนาคารหนึ่งเคยบอกว่ารูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อกองทุนเราจะได้แต้มสะสมเยอะๆ ฟังแล้วปวดใจจริงๆ หลักการ 45 วันเหมือนกข้างบนเป๊ะ ก็อยากจะถามเค้าเหมือนกันว่าตัวเองทำได้อย่างที่พูดรึเปล่า ถ้าเรารูดบัตรเครดิตซื้อกองทุนแล้วพอถึงกำหนดชำระแล้วมีเงินจ่ายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าซื้อกองทุนไปแล้ว ได้แต้มมาแบบถล่มทะลาย แต่ไม่มีเงินจ่ายตอนเรียกเก็บหนี้ ทำให้เสียดอกเบี้ยเนี้ย "มันคุ้มไหมจ๊ะ" ก็คงตลกดีเนอะถ้านำเงินที่ประหยัดภาษีได้มาจ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่รูดมาจ่ายซื้อกองทุน

ฟังหลักการของการลงทุนในหุ้นก็ดี เพราะซื้อแล้วให้คิดว่าเราเป็นเจ้าของกิจการ ซื้อแล้วถือยาวเพื่อรอรับปันผล อย่างน้อยกว่ามากกว่าฝากประจำ เป็นการลงทุนทางเลือกที่ทำให้เงินงอกเงย เราดูปัจจัยพื้นฐาน งบการเงินโน้นนี่นั่นเต็มไปหมด ดูเทคนิคแนวรับแนวต้าน เพื่อเข้าใจจังหวะในการซื้อขาย นักลงทุนบางคนคิดว่าหุ้นตัวนี้พื้นฐานดีมากแต่ทำไมราคาถึงไม่ไปไหน ก็เลยขายทิ้งปันใจไปให้ัตัวอื่น แล้วหุ้นตัวนั้นก็วิ่งขึ้นทันตาเห็น ถ้าเป็นนักลงทุนในหุ้นอยู่แล้วก็จะรู้ว่าเป็นอย่างไรและวิธีการลงทุนในปัจจุบันมีอะไรบ้าง ไม่งั้นคำว่า "แมงเม่า" คงไม่เกิด ก็มองในมุมบวกว่าถ้าไม่มีการเก็งกำไรแล้วสภาพคล่องคงไม่เกิด ถึงแม้ว่าหลักการในการลงทุนจะดีแค่ไหนก็แพ้อารมณ์คนในตลาด อารมณ์ความโลภในการลงทุนนั้นก็เป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ และไม่สามารถตีมูลค่าได้(ถ้าความโลภสามารถตีมูลค่าได้เราคงเป็นเศรษฐีไปแล้วหละ) อารมณ์นี่แหละเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดมากกว่าพื้นฐานบริษัท

จากการบอกเล่าของคนรู้จักที่ไปเรียนเทคนิคเกี่ยวกับการเล่นหุ้น คอร์ททีละเป็นหมื่่นๆ ได้ยินแล้วเสียดายเงินแทน ก็บอกเค้าไปว่าทุกอย่างสามารถอ่านหนังสือเองได้  อ่านรอบแรกอาจจะยังไม่เข้าใจก็อ่านหลายๆครั้ง ไม่มีใครเก่งตั้งแต่ศึกษาครั้งแรกหรอกค่ะ เราก็ต้องเข้าฟังสัมมนามากๆซึ่งมีการจัดฟรีที่ตลาดหลักทรัพย์บ่อยๆ บางที่มีบริการส่งหุ้นเด็ดทาง SMS เสียเงินเดือนละหลายพัน(นี่หรอการลงทุนไม่ต่างกับการพนันหวยที่บอกเลขเด็ดรายงวด) ก็ยินดีด้วยสำหรับคนที่ประสบความสำเร็จในวิธีการที่ทำให้ตนเองภาคภูมิใจในความร่ำรวยที่ได้จากความสูญเสียของคนอื่น โปรดอย่าโทษกรรมหรือคนที่ทำให้เราเสียเงิน เมื่อเราละความโลภให้ลดลงหรือทิ้งมันไปได้ก็จะทำให้จิตใจแจ่มใส และตาจะสว่างมากค่ะ



บทความน่าสนใจ


ทิศทางการตลาดเพื่อดูแนวโน้มหุ้นแห่งอนาคต


การเงินส่วนบุคคล ตอน การวิเคราะห์หนี้สิน
==> http://pajareep.blogspot.com/2013/01/blog-post_28.html